การรมยาตู้คอนเทนเนอร์ เป็นขั้นตอนสำคัญที่ผู้ส่งออกต้องปฏิบัติตาม เพื่อป้องกันศัตรูพืชและความเสี่ยงด้าน Biosecurity ของประเทศปลายทาง และเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการปนเปื้อนของแมลงและศัตรูพืชที่อาจติดมากับสินค้า
บริษัท เอสจีที เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด ได้รวบรวม 5 คำถามที่ผู้ส่งออกมักสอบถามบ่อย พร้อมคำตอบแบบกระชับและชัดเจน เพื่อช่วยให้คุณเตรียมความพร้อมในการรมยาตู้คอนเทนเนอร์ได้อย่างมั่นใจและถูกต้องตามมาตรฐานสากล
1. การรมยาตู้คอนเทนเนอร์คืออะไร? และมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร?
การรมยาตู้คอนเทนเนอร์ คือการนำสารรมยา (Fumigant) ที่มีฤทธิ์ฆ่าแมลงและศัตรูพืช เข้าไปในตู้สินค้าที่ปิดสนิท เพื่อกำจัดสิ่งมีชีวิตทุกระยะ เช่น ด้วง มอด หรือแมลงอื่นๆ ที่อาจติดมากับสินค้า
วัตถุประสงค์หลัก
● ป้องกันการแพร่กระจายของศัตรูพืช ที่อาจสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศของประเทศปลายทาง
● ปฏิบัติตามกฎหมาย Biosecurity ของประเทศผู้นำเข้า เช่น ออสเตรเลีย (DAFF), นิวซีแลนด์ (MPI), จีน (CIQ) เป็นต้น
● ลดความเสี่ยงที่สินค้าจะถูกปฏิเสธการนำเข้า หรือถูกกักกันที่ด่านปลายทาง
2. สินค้าแบบไหนที่ต้องรมยาตู้คอนเทนเนอร์?
การรมยาตู้คอนเทนเนอร์ถือเป็นขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับสินค้าหลายประเภท โดยเฉพาะสินค้าที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของแมลง หรือมีข้อบังคับด้าน Biosecurity จากประเทศปลายทาง สินค้าที่ควรหรือต้องผ่านการรมยาตู้ ได้แก่
● สินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์ไม้ (Wood packaging material) เช่น พาเลทไม้ ลังไม้ ชิ้นส่วนไม้รองรับสินค้า ที่ไม่ได้ผ่านการอบความร้อน (HT) ตามมาตรฐาน ISPM 15
● สินค้าเกษตรและสินค้าอาหาร เช่น ธัญพืช, เมล็ดพันธุ์, สมุนไพรหรือวัตถุดิบแห้ง และผลิตภัณฑ์ที่มักมีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของแมลง
● เครื่องจักร หรือสินค้าโลหะ ที่มีช่องว่างและอาจเป็นแหล่งซ่อนเร้นของแมลงได้ จึงอาจถูกกำหนดให้รมยาก่อนส่งออก
● สินค้าที่ประเทศปลายทางกำหนดให้ต้องรมยา เช่น สินค้าที่ระบุใน L/C (Letter of Credit) และ Import Requirement
3. ควรเลือกใช้สารรมยาตัวไหนดี ระหว่างฟอสฟีน (Phosphine) กับ เมทิลโบรไมด์ (Methyl Bromide)?
การเลือกสารรมยาสำหรับรมยาตู้คอนเทนเนอร์ ขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า, ความเร่งด่วน, และข้อกำหนดของประเทศปลายทาง โดยสารที่นิยมใช้มี 2 ชนิด คือ เมทิลโบรไมด์ (MB) และฟอสฟีน (PH3) ซึ่งมีลักษณะการใช้งานต่างกันดังนี้
|
สารรมยา |
เหตุผลหลักที่เลือกใช้ |
ระยะเวลาในการรมยา |
|
เมทิลโบรไมด์ (Methyl Bromide - MB) |
- เหมาะกับสินค้าที่ต้องการความรวดเร็ว - เป็นไปตามข้อกำหนดของหลายประเทศ - ใช้กับบรรจุภัณฑ์ไม้ตาม ISPM 15 |
ประมาณ 16-24 ชั่วโมง |
|
ฟอสฟีน (Phosphine – PH3) |
- ใช้ได้กับสินค้าทั่วไปและสินค้าเกษตร - เหมาะกับงานที่ไม่เร่งด่วน |
ประมาณ 3-7 วัน |
หมายเหตุ: บางประเทศอนุญาตให้แขวนสารฟอสฟีนในตู้ระหว่างการขนส่งได้ แต่ควรตรวจสอบข้อกำหนดของประเทศปลายทางเป็นสำคัญ
4. ถ้าไม่ทำการรมยาตู้ให้ถูกต้อง จะเกิดปัญหาอะไร?
การละเลยขั้นตอนการรมยาตู้คอนเทนเนอร์ที่ถูกต้องตามมาตรฐาน อาจนำไปสู่ผลกระทบเชิงลบต่อธุรกิจส่งออกอย่างรุนแรง
● สินค้าถูกปฏิเสธและกักกัน: ณ ด่านตรวจประเทศปลายทาง ซึ่งนำไปสู่การผิดนัดส่งมอบ
● ค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด: ถูกเรียกเก็บค่าปรับ, ค่าธรรมเนียมในการรมยาซ้ำที่ปลายทาง หรือค่าใช้จ่ายในการทำลายสินค้า
● ความล่าช้าทางธุรกิจ: ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือทางธุรกิจกับคู่ค้าของคุณ
5. ต้องเตรียมตู้คอนเทนเนอร์อย่างไรก่อนการรมยา?
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการรมยาและป้องกันการรั่วไหลของสารรมยา ผู้ส่งออกควรดำเนินการเตรียมความพร้อมตู้คอนเทนเนอร์ดังนี้
● ตรวจสอบความสมบูรณ์ของตู้: ตรวจสอบความสมบูรณ์ของตู้บรรจุสินค้า ต้องไม่มีรอยรั่วและสามารถปิดผนึกได้สนิท
● ความสะอาด: ทำความสะอาดตู้บรรจุสินค้าเพื่อกำจัดสิ่งปนเปื้อนก่อนการรมยา และกำจัดสิ่งปนเปื้อนในสินค้า เช่น ดิน ฝุ่น เมล็ดพืช และแมลงที่อาจติดมา
● การจัดเรียงสินค้า: จัดวางสินค้าให้มีช่องว่างระหว่างสินค้า เพื่อให้สารรมยาสามารถกระจายตัวได้อย่างทั่วถึง
● บรรจุภัณฑ์: ถุงบรรจุสินค้าควรเป็นถุงที่ก๊าซสามารถซึมผ่านได้ และบรรจุภัณฑ์ควรปราศจากวัสดุธรรมชาติ เช่น ฟาง หรือวัสดุที่ไม่ได้ผ่านการบำบัด
ส่งออกอย่างมั่นใจ จัดการงานรมยาอย่างมืออาชีพ ต้อง SGT Service
Tel: 0-2348-3355-9
Line: @sgtservice